^ขึ้นด้านบน
  
  
  
Get Adobe Flash player

เหลือเครื่องเดียวในโลก

 

บ.จ.๑
เครื่องบินโจมตีแบบที่ ๑
(Corsair V-93S)
(พ.ศ.๒๔๗๗ - ๒๔๙๓)

เหลือเครื่องเดียวในโลก

บ.จ.๑ คอร์แซร์ (Corsair V-93 S)
    เมื่อวันที่ ๓๐ มีนาคม ๒๔๗๖ กองทัพอากาศ ซื้อเครื่องบินลาดตระเวน/โจมตีแบบคอร์แซร์ (Vought V-93S Corsair) จากสหรัฐ ฯ ๑๒ เครื่อง ราคา ๒๔๐,๑๕๖ ดอลลาร์ และสิทธิบัตรการสร้างอีก ๙,๙๐๐ ดอลลาร์
   ในปี ๒๔๗๗ เครื่องบินคอร์แซร์ เดินทางถึงประเทศไทย และกำหนดชื่อว่า บ.จ.๑ (เครื่องบินโจมตีแบบที่ ๑)
   ในปี ๒๔๗๙ กรมอากาศยาน ได้สร้างเครื่องบินคอร์แซร์ จำนวน ๒๕ เครื่อง
   ในปี ๒๔๘๐ ได้สร้างขึ้นอีก จำนวน ๒๕ เครื่อง
   ในปี ๒๔๘๓ ได้สร้างขึ้นขึ้นอีก ๕๐ เครื่อง
   คอร์แซร์ เป็นเครื่องบินที่มีบทบาทการสู้รบทางอากาศครั้งแรกของไทย เคยประจำการที่ กองบินน้อยที่ ๑, กองบินน้อยที่ ๒ และ รร.การบิน

    ประจำการใน ทอ.ปี พ.ศ.๒๔๗๗ - ๒๔๙๓

ภารกิจและบทบาทของ บ.จ.๑ (คอร์แซร์)
    ๑. ทำการบินถ่ายภาพแผนที่ทางอากาศ
    ๒.
ร่วมแสดงการบิน ครั้งที่ ๑ เมื่อ พ.ศ.๒๔๘๑ โดยแสดงการยิงเป้าในอากาศ บินตรวจการณ์ ยิงเป้าพื้นดิน การขึ้นสู่อากาศ การแปรขบวน
    ๓. ในกรณีพิพาทระหว่างไทยกับอินโดจีนฝรั่งเศส พ.ศ.๒๔๘๓ - ๒๔๘๔
         ๓.๑
เมื่อ ๑๐ ธ.ค.๒๔๘๓ น.ต.ศานิต นวลมณี ได้นำ บ.จ.๑ บินจากสนามบินอุดรธานี ไปปฏิบัติภารกิจตามคำสั่ง ขณะเข้าโจมตี ถูกยิงจากปืนกลพื้นดินถังน้ำมันทะลุไฟไหม้ บ. น.ต.ศานิต ฯ ถูกยิงที่หัวเข่าจึงต้องโดดร่ม แต่เนื่องจากได้รับบาดเจ็บสาหัส จึงได้ถึงแก่กรรม ใน ๒๓ ธ.ค.๒๔๘๓ ส่วนพลปืนหลัง (ร.ท.เฉลิม ดำสัมฤทธิ์) ถึงแก่กรรมทันที
        ๓.๒ เมื่อ ๑๗ ม.ค.๒๔๘๓ นักบินนำ บ.จ.๑ (Corsair) ๑ หมู่ (๒ เครื่อง) จากสนามบิน เนินพลอยแหวน จ.จันทบุรี เข้าโจมตีทิ้งระเบิด เรือลามอตจ์ปิเกต์ กลางทะเลลึกบริเวณเกาะช้าง แต่ลูกระเบิดพลาดเป้าหมายตกท้ายเรือ
และลูกระเบิดด้านไม่ระเบิด ขณะเดียวกันปืนจากเรือข้าศึกได้ยิงต่อสู้อย่างหนาแน่น จึงทำให้ไม่สามารถทำลาย
เรือลามอตต์ปิเกต์ได้

ประเภท เครื่องบินโจมตี ๒ ที่นั่ง ปีก ๒ ชั้น
ผู้สร้าง บริษัท Vought ประเทศสหรัฐอเมริกา
เครื่องยนต์ แพรต แอนด์ วิทนีย์ ฮอร์เนต เอส-๕-อี ๗๔๕ แรงม้า ๑ เครื่อง
กางปีก ๓๖ ฟุต
ยาว ๒๗ ฟุต ๓ นิ้ว
สูง ๑๐ ฟุต ๕ ๑/๒ นิ้ว
น้ำหนักรวม ๔,๖๑๗ ปอนด์
อัตราเร็วสูงสุด ๑๙๑ ไมล์/ชม.
อัตราเร็วเดินทาง ๑๕๐ ไมล์/ชม.
เพดานบิน ๒๓,๗๐๐ ฟุต
พิสัยบิน ๗๓๖ ไมล์
อาวุธ ปืนหน้าแบบวิคเกอร์ ขนาด ๘ มม. ๔ กระบอก
ปืนหลังแบบวิคเกอร์ ขนาด ๘ มม. ๑ กระบอก
ลูกระเบิดติดใต้ปีก
ประจำการ พ.ศ.๒๔๗๗-๒๔๙๓

  

บ.ข.๑๐
เครื่องบินขับไล่แบบที่๑๐
(Curtiss Hawk 3)
(พ.ศ.๒๔๗๘ - ๒๔๙๒)

เหลือเครื่องเดียวในโลก

บ.ข.๑๐ ฮอว์ค ๓ (Hawk 3) เครื่องบินขับไล่แบบที่ ๑๐ (Hawk 3) เป็น บ.ที่ดัดแปลงมาจาก บ.ประจำเรือบรรทุกอากาศยาน แบบ BF 2C-1 โดยดัดแปลงให้พับฐานล้อได้ เคยเข้าประจำการที่ กองบินน้อยที่ ๑, กองบินน้อยที่ ๔, กองบินน้อยที่ ๕ และ รร.การบิน
   
ปี พ.ศ.๒๔๗๘ ทอ.ซื้อ บ.ข.๑๐ (Hawk 3) และกรรมสิทธิ์การสร้างจากประเทศสหรัฐ ฯ จำนวน ๑๒ เครื่อง
    ปี พ.ศ.๒๔๘๐ ทอ.สร้างใช้ในราชการ จำนวน ๒๕ เครื่อง
    ปี พ.ศ.๒๔๘๒ ทอ.สร้างอีก ๒๕ เครื่อง รวมมี บ.ข.๑๐ จำนวน ๖๒ เครื่อง
    ประจำการใน ทอ.ปี พ.ศ.๒๔๗๘ - ๒๔๙๒
บทบาท บ.ข.๑๐ (Hawk 3)
    ๑. บินแสดงการฝึกยิงเป้าในอากาศ, การรบในอากาศ, บินผาดแผลง, บินดำทิ้งระเบิด, ยิงเป้าพื้นดิน การป้องกันภัยทางอากาศให้ประชาชน เมื่อปี พ.ศ.๒๔๘๑
    ๒. กรณีพิพาทระหว่างไทยกับอินโดจีนฝรั่งเศส พ.ศ.๒๔๘๓ - ๒๔๘๔
บ.ข.๑๐ (Hawk 3) เป็น บ.ที่มีสมรรถนะดีที่สุดของ ทอ.ปฏิบัติการรบคู่กับ บ.จ.๑ (Corsair) นอกจากนี้ยังปฏิบัติการ ร่วมรบกับกองทัพเรือโดยประจำการอยู่ ณ สนามบินเนินพลอยแหวน จ.จันทบุรี
    ๓. ในสงครามโลก ครั้งที่ ๒
          เมื่อ ๘ ธ.ค.๒๔๘๔
เหนือสนามบินวัฒนานคร นักบินได้นำ บ.ข.๑๐ (Hawk 3) จำนวน ๓ เครื่อง ทำการต่อสู้กับ บ.เชนโตกิของญี่ปุ่น จำนวน ๒๑ เครื่อง ซึ่ง บ.ข.๑๐ ของไทย เสียเปรียบทั้งด้านความเร็ว สมรรถนะ และระยะสูง ในที่สุดถูกยิงตกนักบินทั้งสามเสียชีวิต

ประเภท เครื่องบินขับไล่ปีก ๒ ชั้น ๑ ที่นั่ง
ผู้สร้าง บริษัท เคอร์ติส ประเทศสหรัฐอเมริกา
เครื่องยนต์ ลูกสูบรูปดาว ไรท์ ไซโคลน อาร์-๑๘๒๐-เอฟ-๕๓ ๗๕๐ แรงม้า ๑ เครื่อง
กางปีก ๙.๖๐ เมตร (๓๐ ฟุต ๖ นิ้ว)
ยาว ๗.๑๖ เมตร (๒๓ ฟุต ๖ นิ้ว)
สูง ๓.๐๒ เมตร (๙ ฟุต ๑๑ นิ้ว)
น้ำหนักรวม ๑,๙๔๓ กก. (๔,๓๑๗ ปอนด์)
อัตราเร็วสูงสุด ๓๓๕ กม./ชม. (๒๑๑ ไมล์/ชม.) ที่ระยะสูง ๑๒,๕๐๐ ฟุต
เพดานบิน ๗,๘๔๓ เมตร (๒๕,๘๐๐ ฟุต)
พิสัยบิน ๙๒๐ กม. (๕๗๕ ไมล์)
อาวุธ ปืนกลอากาศขนาด ๐.๓๐ นิ้ว (๗.๖๒ มม.) จำนวน ๒ กระบอก
ลูกระเบิดขนาด ๕๓.๖ กก. (๑๑๖ ปอนด์) ใต้ปีกจำนวน ๔ ลูก
ลูกระเบิดขนาด ๒๑๕ กก. (๔๗๔ ปอนด์) ใต้ลำตัวจำนวน ๑ ลูก

ประจำการ พ.ศ.๒๔๗๘ - ๒๔๙๒


พิพิธภัณฑ์กองทัพอากาศและการบินแห่งชาติ เลขที่ 171 ถนนพหลโยธิน แขวงสนามบิน เขตดอนเมือง กรุงเทพ ฯ 10210